STEEL IN DETAILS

งานเหล็ก รอยต่อใดควรเชื่อม รอยต่อใดควรใช้โบลท์

Public : 4 Nov 2019
2.6k

งานเหล็ก รอยต่อใดควรเชื่อม รอยต่อใดควรใช้โบลท์?

ความเร็วของการก่อสร้างเป็นข้อดีอันดับหนึ่งที่ผู้คนต่างเลือกใช้โครงสร้างเหล็กเป็นโครงสร้างหลัก เพราะเหล็กไม่ต้องการการผสม หล่อ หรือขึ้นรูปวัสดุใดๆ ที่หน้างาน หากแต่ใช้การยกชิ้นวัสดุสำเร็จรูปขึ้นประกอบ ไม่ว่าจะด้วยการเชื่อม หรือใช้รอยต่อแบบที่เรียกกันว่า “โบลท์-นัท” ก็ตามแต่อย่างไรก็ตาม ด้วยเรื่องของการประกอบนี่เอง ที่ทำให้ยังมีงานบางส่วนของการก่อสร้างโครงสร้างเหล็กต้องใช้การปฏิบัติที่หน้างาน โดยเฉพาะงานเชื่อมประกอบซึ่งเป็นเรื่องท้าทายเสมอในทุกๆ ไซต์ก่อสร้าง ในขณะที่ก็มีอีกตัวเลือกหนึ่ง คือการใช้โบลท์-นัทประกอบในแต่ละชิ้นส่วน

แต่คำถามก็คือ ระหว่างรอยต่อแบบเชื่อม กับรอยต่อแบบโบลท์-นัท แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างของรอยต่อแบบเชื่อมและโบลท์-นัท

สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจ คือในการประกอบโครงสร้างเหล็กไม่ว่าเป็นการทำรอยต่อใดทั้งแบบ“เชื่อม” หรือ “โบลท์-นัท”สุดท้ายแล้ว ล้วนแต่ต้องมีการ “เชื่อม” เหมือนกันทั้งสิ้น

หากแต่งานโบลท์ต้องทำการวางแผน โดยเฉพาะการทำแบบก่อสร้าง (Shop Drawing) ซึ่งต้องทำแบบให้ถูกต้อง ชัดเจน แม่นยำ ก่อนจะนำไปสู่การตัด เจาะรวมถึงการเชื่อมภายในโรงงานให้เสร็จสิ้นมากที่สุด ก่อนขนส่งชิ้นงานต่อไป ผลลัพธ์ก็คือ จะได้โครงสร้างชุดใหญ่จากโรงงานที่ประกอบเสร็จสิ้นแล้วบางส่วน ก่อนนำไปประกอบเป็นอาคารที่หน้างานหรือที่เรียกว่าระบบ Pre-fabrication ข้อดีคือ การทำรอยต่อแบบโบลท์-นัท ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นกระบวนการที่ทำในโรงงาน ภายใต้สิ่งแวดล้อมแบบปิด และด้วยช่างฝีมือที่ผ่านการคัดเลือกและมาตรฐานมาแล้ว จึงเป็นการช่วยลดความผิดพลาดที่จะส่งผลต่องานก่อสร้างในขั้นต่อๆ ไปได้ในหลายประการ

การเชื่อมที่หน้างาน แม้จะเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ทุกคนเข้าใจกันดี และยืดหยุ่นกว่า ไม่ต้องใช้เวลาวางแผนเป็นเวลามากเท่าแบบโบลท์-นัท แต่กระบวนการตัด เจาะ หรือต่อชิ้นส่วนเหล็กที่หน้างาน ก็มักเป็นปัญหาของงานเหล็กที่นำมาซึ่งความเสี่ยงต่อความผิดพลาดในการก่อสร้างได้ ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของแรงงานช่าง สภาพอากาศในขณะนั้น หรือเหตุการณ์อื่นใดก็ตามแต่

รอยต่อทั้งสองเหมาะกับอาคารแบบใด

ไม่ว่าจะเป็นอาคารประเภทใดก็สามารถใช้การทำงานแบบโบลท์-นัทได้หมด ตั้งแต่อาคารระดับบ้าน จนถึงอาคารสาธารณะหรืองานเชิงพาณิชย์ที่ต้องการความรวดเร็วในการก่อสร้าง คือคาดหวังถึงการได้เปิดกิจการก่อนเพราะกระบวนการส่วนใหญ่ทำในโรงงาน ในขณะที่หน้างานสามารถปฏิบัติงานอื่นไปก่อนได้ เป็นข้อได้เปรียบของระบบโบลท์-นัทที่มากกว่า

นอกจากนั้น อาคารที่มองไปถึงการใช้งานในระยะยาว คุณภาพที่มากกว่าของรอยต่อแบบโบลท์-นัท ย่อมทำให้มั่นใจในคุณภาพการก่อสร้างที่มากกว่าได้ โดยเฉพาะงานสาธารณะที่ต้องการความสวยงาม อย่างโรงแรม รีสอร์ท หรือศูนย์การค้าในขณะที่รอยต่อแบบเชื่อม ก็อาจยังเหมาะกับงานประเภทบ้านพักอาศัย หรืออาคารพาณิชย์ที่ไม่ต้องการลงทุนสูง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Siam Yamato Steel (SYS)

1 Cement Thai, Bangsue, Bangkok 10800, Thailand

Website :www.syssteel.com

Email :sys@syssteel.com

Facebook : @syssteel

LINE : @syssteel

Siam Yamato Steel ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและพัฒนาประสบการณ์ในการใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่